Home Body AI เรียนรู้ความชอบ ตอบโจทย์ “รสชาติกาแฟ” ที่ลูกค้าปรารถนา

AI เรียนรู้ความชอบ ตอบโจทย์ “รสชาติกาแฟ” ที่ลูกค้าปรารถนา

by Lifeelevated Admin3

‘ข้อมูลเชิงอัตวิสัย’ หรือความชอบส่วนบุคคล เช่น รสชาติ กลิ่น เป็นต้น ว่ากันว่าเป็นข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ได้ยากนั้น ในปัจจุบันได้มีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อนำเสนอบริการที่สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมให้เห็นกันแพร่หลายมากขึ้น

โดยในญี่ปุ่นมีร้านคาเฟ่ AI ที่เพียงลูกค้าตอบคำถามเกี่ยวกับความชอบของตน หุ่นยนต์จะนำคำตอบไปประมวลผล แล้วเลือกเมล็ดกาแฟตามที่ลูกค้าน่าจะชอบ และดริปกาแฟออกมาให้ลูกค้าแต่ละราย หุ่นยนต์จะเรียนรู้คำศัพท์ที่แสดงถึงการแสดงออกเกี่ยวกับกลิ่นต่างๆ และระบบจะนำมาประมวลผลเพื่อเลือกให้เหมาะกับความหอมของกาแฟแต่ละชนิดได้

หลังลูกค้าตอบคำถามความชอบส่วนบุคคลกับหุ่นยนต์ ‘เสร็จสิ้นการ วินิจฉัย! กาแฟที่เหมาะกับคุณคือกาแฟตัวนี้’ เป็นผลลัพธ์ที่หุ่นยนต์สื่อสาร กับลูกค้าที่สั่งกาแฟจากร้านคาเฟ่ไร้พนักงานแห่งนี้ ซึ่งอยู่บริเวณหน้า ประตูทางเข้าออกสถานีรถไฟชินบาชิ ในกรุงโตเกียว ร้านเปิดให้บริการ ตั้งแต่เดือนเมษายนในปีนี้

เนื่องจากย่านนี้เป็นย่านที่มีพนักงานบริษัทจำนวนมาก ลูกค้าส่วนมากจึงเป็นพนักงานบริษัทซึ่งสั่งการผ่าน โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน รอรับกาแฟที่ร้าน แล้วก็เดินจากไปด้วยความยินดี เพราะพวกเขารอดื่มด่ำกับรสชาติ ‘กาแฟที่เหมาะกับความชอบ’ ตามที่ได้ตอบคำถามตอนสั่งกาแฟกับระบบ ‘root C MATCH’ ซึ่ง พัฒนาโดยบริษัท New Innovations ระบบนี้จะทำหน้าที่วิเคราะห์ความชอบของผู้บริโภค

ก่อนอื่น ลูกค้าจะตอบคำถาม 7 ข้อผ่านแอปพลิเคชันตอนสั่งออเดอร์ คำถามจะมีทั้งที่เกี่ยวกับ กลิ่นโดยตัวอย่างคำตอบ เช่น ‘แนวกลิ่นหอมดอกไม้แบบหวานๆ’ หรือ ‘แนวกลิ่นผลไม้รสเปรี้ยวแบบสดชื่น’ ถ้าเกี่ยวกับรสชาติกาแฟที่ชอบก็จะมีทั้ง ‘รสเข้มออกขม’ หรือ ‘รสกลมกล่อม’ เป็นต้น ตลอดจนคำถาม เกี่ยวกับประเภทเหล้าหรือแอลกอฮอล์ที่ชอบก็มี โดยระบบจะนำคำตอบเกี่ยวกับความขม ความหวาน ความเปรี้ยว และอื่นๆ ที่ลูกค้าแต่ละรายให้ข้อมูลมาวิเคราะห์ และนำเสนอกาแฟซึ่งมีทั้งแบบร้อนและเย็น รวม 12 ชนิดจากเมนูให้ลูกค้าแต่ละราย

หลังจากลูกค้าดูข้อเสนอ และสั่งออเดอร์ โดยระบุเวลาที่จะไปรับกาแฟ ลูกค้าจึงสามารถสั่งกาแฟตอนที่ยังอยู่ที่ทำงาน แล้วค่อยไปรับกาแฟที่ทำเองโดยอัตโนมัติจากล็อกเกอร์ร้านตามเวลาที่ระบุไว้ได้ แต่หากเกิน 10 นาทีจากที่ระบุไว้ ตู้ล็อกเกอร์จะล็อก ไม่สามารถนำกาแฟที่ทำเสร็จแล้วออกไปได้ เนื่องจากบริษัทต้องการลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัย

CEO ของบริษัท New Innovations นาย Keito NAKAO ได้ให้ข้อมูลว่า การนำเสนอครั้งแรกนั้นที่จริงเป็นผลจากอัลกอริทึมที่กำหนดโดยบาริสต้าและบริษัทเรา ผลการการเรียนรู้ของ AI จะเห็นผลตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป

หลังลูกค้าดื่มกาแฟแก้วแรกไปแล้ว ระบบจะมีคำถามเกี่ยวกับรสชาติและความพึงพอใจให้ลูกค้าตอบอีกครั้งบนแอปพลิเคชัน นอกจากคำตอบทั่วไป เช่น ‘อร่อยมาก’ หรือ ‘ไม่ค่อยชอบ’ คำที่แสดงออกถึงรายละเอียดมากขึ้น เช่น ‘รสชาติเข้ม ขมเป็นพิเศษ’ นี้ ก็จะทำให้ AI เรียนรู้ได้ดีขึ้น และนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมยิ่งขึ้นได้ในครั้งต่อไป

ทั้งนี้ เมล็ดกาแฟที่บริษัทใช้นั้น ล้วนเป็น กาแฟชนิดพิเศษ ซึ่งมีรสชาติที่หลากหลาย และปกติมีจำหน่ายในปริมาณไม่มากนัก เรียกได้ว่าเป็นกาแฟคุณภาพสูงชนิดพรีเมียม แต่ละชนิดจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน บางร้านอาจขายกันแก้วละ 1,000 – 1,500 เยน (ประมาณ 287 – 430 บาท) แต่เนื่องจากร้านไม่มีพนักงานจึงสามารถนำเสนอ กาแฟพรีเมียมนี้ได้ในราคาเพียง 450 เยน (ประมาณ 129 บาท)

เดือนเมษายนเปิดร้านที่สถานีชินบาชิ ต่อมาในเดือนพฤษภาคมก็เปิดร้านในลักษณะเดียวกันที่ตึกใกล้ๆ สถานีโตเกียว และในเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป ก็มีแผนที่จะเปิดร้านในศูนย์การค้าในพื้นที่ สถานี JR Ochanomizu และ Kanda ทั้งยังเพิ่มเมนูทั้งคาเฟ่ลาเต้ กลายเป็น 16 เมนูอีกด้วย

นอกจากนี้ รูปแบบแนวคิดทางธุรกิจนี้ยังถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงลองใช้งานในสังคมจริง และในขณะนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น หนึ่งในโครงการ ‘ระบบระเบียบข้อบังคับแซนด์บ็อกซ์ (Regulation Sandbox System)’ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการกำหนดขึ้นมา

สำหรับธุรกิจที่มีการนำ IT หุ่นยนต์ หรือ IoT มาประยุกต์ใช้ และยอมรับว่าเป็นโครงการที่ทดลองเพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้มาใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไข ระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลได้ หากพบว่าระเบียบข้อบังคับที่ใช้ในปัจจุบันมีความเหมาะสมที่จะปรับปรุงให้เหมาะกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะนั้น

การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ธุรกิจ ในเรื่องการปรับเป็นอัตโนมัติอาจไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่การต่อยอดในแต่ละภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งผู้บริโภคและผู้ให้บริการนั้นยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่อยู่เสมอในปัจจุบัน

ทั้งนี้ความชอบส่วนตัว การแสดงออกทาง คำพูด การถ่ายทอดความรู้สึกซึ่งเป็นเรื่องที่แม้จะเป็นการสื่อสารกันเองระหว่างมนุษย์ บางครั้งยังทำได้ยากนั้น การนำ AI มาช่วยในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจนั้น เป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจที่สามารถทำให้เข้าใจลูกค้าทำได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนเพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้อีกด้วย

ยกระดับบทบาทของ AI ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติ กลิ่น ความรู้สึก ซึ่งในอนาคตการต่อยอดจากเรื่องพวกนี้จะสามารถ นำเสนอผลิตภัณฑ์ของบริษัทซึ่งมีหลายตัวให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายได้ดีมากยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าได้ลองผลิตภัณฑ์ตามความชอบของตน ภาพลักษณ์ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ หรือแบรนด์นั้นๆ ย่อมดีขึ้นตามไปด้วย เป็นการเพิ่มโอกาสที่ลูกค้านั้นจะ กลับมาใช้บริการใหม่ในครั้งต่อไป

ทั้งนี้หากบอกระบบถึงความชอบที่ต่างไป ก็ยังสามารถลองผลิตภัณฑ์ตามความชอบที่ตนระบุได้ด้วย ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่จะได้สนุกไปกับการได้ลองผลิตภัณฑ์ตามที่ตนชอบด้วย การสร้างความแตกต่างให้ชัดเจนในตัวผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการศึกษาตลาด และความต้องการของผู้บริโภคเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลักดันในเกิดแนวคิดทางธุรกิจที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ในลักษณะนี้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจทั้งในญี่ปุ่น และในประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยในอนาค.

 

ติดตาม Life Elevated ได้ที่

Website: www.lifeelevated.club/

Facebook: Life Elevated ชีวิตยกระดับ

Twitter: @_lifeelevated_

Instagram: @lifeelevatedclub

Line OA: @Lifeelevated

Blockdit: Life Elevated

Related Articles

Leave a Comment